

จากเจ้าพระยาสู่คงคาแดนภารตะ
฿250.00
มีสินค้าอยู่ 160
แม้ว่าจะมีคนไทยไปเที่ยวประเทศอินเดียแล้วมากมาย มีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับอินเดียจากประสบการณ์ของแต่ละท่านทั้งที่เหมือนกัน คล้ายกัน ต่างกันเผยแพร่มากมาย แต่เชื่อแน่ว่าการเดินทางไปในบทบาทที่ต่างกันจะมีบางส่วนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ผู้เขียนจึงประสงค์จะแบ่งปันประสบการณ์ที่เดินทางในประเทศอินเดียแบบคนมือใหม่ หัวใจเปิดกว้าง พร้อมที่เรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ที่ได้ไปพบเจอด้วยความรู้สึกสนุกสนานเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนที่ยังคิดติดลบกับภาพความยากจนของประเทศอินเดียว่าอินเดียในยุคโลกาภิวัตน์นี้มีความน่าสนใจมากมายในความเก่าแก่ของศาสนา ความเชื่อซึ่งเป็นจุดเด่นประการต้นๆ ของอินเดียที่ยังดำรงอยู่ในตัวตนของคนอินเดียจนเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดมาก ความอลังการของโบราณสถานที่สะท้อนความ “ไม่น่าเชื่อ” ของอินเดีย ความเชื่อมโยงระหว่างจารีตกับความทันสมัย ความยากจนที่ยังสะท้อนออกมาในภาพของสลัมตามเมืองใหญ่ๆ แต่ผู้คนยังยึดมั่นในความเชื่อและศาสนา ความทันสมัยของไอ ที อวกาศ ผสมผสานไปกับการธำรงอยู่ของรถลากด้วยคน ม้า ลา อูฐ ช้างยังวิ่ง และเดินปะปนไปกับยวดยานพาหนะสมัยใหม่บนท้องถนน รถเก๋งแอมบาสเดอร์ หางปลาที่ดูเข้มแข็ง บึกบึนยังคงเป็นยานพาหนะที่สะท้อนอัตลักษณ์ของอินเดียและเป็นทั้งรถประจำตำแหน่งที่ใช้ในรัฐบาลอินเดีย รถคันจิ๋วที่ผลิตในอินเดียที่ดูขัดแย้งกับรูปลักษณ์สูงใหญ่ของคนอินเดียแต่ก็รับใช้ผู้คนด้วยความประหยัด กระทัดรัด และปราดเปรียวมีให้เห็นทั่วประเทศ ภาพของวัว และแพะที่เดินไปตามถนนเพื่อคุ้ยเขี่ยหาอาหารจากกองขยะบ้าง จากผู้คนที่ให้ความเมตตาบ้าง ฝูงนกกา และลิงมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขในป่าสวนสาธารณะที่มีผู้คนไปพักผ่อนออกกำลังกาย ในส่วนมีวัด มีสุสาน และมีสัตว์อยู่กันอย่างสันติ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างที่ผู้เขียนเรียนรู้ได้จากการเดินทางในอินเดีย
หนังสือ “จากเจ้าพระยาสู่คงคาแดนภารตะ” จึงเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกการเดินทางที่ผู้เขียนได้ไปประชุม สัมมนา และวิจัยที่อินเดียในระยะห้าปีที่ผ่านมาได้เคยนำเสนอใน weblogs ไปแล้ว แต่ยังมีผู้อ่านจำนวนมากที่อาจยังเข้าไม่ถึงประสบการณ์ที่นำเสนอออนไลน์นี้ จึงได้รวบรวมเป็นเล่มพร้อมกับสอดแทรกรูปภาพที่ถ่ายเอง จากฝีมือของเพื่อนๆ และจากเวปไซต์บ้าง เพื่อให้เรื่องราวมีความชัดเจน และน่าสนใจมากขึ้น
หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในผลงานของ “ศูนย์ภารตะศึกษา” สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ต้องการเผยแพร่เพื่อให้ผู้อ่านชาวไทยรู้จักและเข้าใจเพื่อนบ้านชาวอินเดียมากขึ้น เพราะนับวันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีแต่จะแน่นแฟ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น ประเทศไทยไม่อาจปฏิเสธการอยู่โดดเดี่ยวและทำงานเพียงลำพังได้แล้ว ประชาชนกับประชาชนจะเป็นทั้งหัวหอกและกองหนุนให้กับนโยบาย “Look West” ของรัฐบาลไทยให้มีความเป็นไปได้มากที่สุด ดังนั้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยการนำเสนอข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ตรงจากนักวิชาการคนหนึ่ง แม้ว่าอาจจะไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงความคิดอคติของคนไทยบางส่วนที่มีต่อ อินเดียได้ในชั่วพริบตา แต่อย่างน้อยการนำเสนอเรื่องราวจากผู้เขียนที่ครั้งหนึ่งในอดีตนานมาแล้วก็ไม่ได้สนใจประเทศอินเดียมาก่อนเลย แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อได้ไปเห็นและรู้จักความคิดเปลี่ยนทันที ความสนใจอยากเรียนรู้เกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อทัศนคติเป็นบวกแล้ว อะไรก็ง่ายและสนุกสำหรับการเรียนรู้เสมอ ยิ่งได้รู้จักชาวอินเดียทั้งในประเทศไทยและประเทศอินเดียก็สรุปได้ว่า “อินเดียสามารถรักษาอัตลักษณ์ความเป็น อินเดีย” ในทุกสถาน ทุกกาล ทุกเมื่อ หากเราได้เรียนรู้จากเขาบ้าง เราจะได้มุมมองกลับมาย้อนดูตัวเอง และสังคมไทยได้ชัดขึ้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้อาจไม่เป็นเช่นนี้ก็ได้ เมื่อเข้าใจตนเองแล้ว การจะเข้าใจคนอื่นคงไม่ยาก
การทำความรู้จัก และเรียนรู้อินเดียไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะเรามีพื้นฐานทางศาสนา และวัฒนธรรมบางส่วนคล้ายคลึงกัน หากเปิดใจกว้างแล้ว เรื่องที่คิดว่ายากจะกลายเป็นง่ายไปในทันที เมื่อคนไทยรู้จักเพื่อนบ้านดีพอแล้ว ความร่วมมือในมิติต่างๆที่สนองตอบต่อนโยบายของรัฐจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างมั่นคง เข้มแข็งและยั่งยืนทั้งนี้เพื่อความร่วมมือในการสร้างความเจริญและสันติสุขให้เกิดขึ้นในภูมิภาคและในโลกต่อไป ผู้เขียนขอขอบคุณเพื่อนๆ ชาวอินเดียทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dr. Amarjiva Lochan ที่ได้มีส่วนช่วยให้ผู้เขียนมีโอกาสเรียนรู้เศษเสี้ยวหนึ่งของแดนภารตะ แม้จะยังไม่รู้จักและเข้าใจ “แดนภารตะ” อย่างลึกซึ้ง แต่อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้อยาก ศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้ชาวไทยได้รู้จัก “แดนภารตะ” มากขึ้น
ผู้เขียนขอขอบคุณคุณนิภาวรรณ เจริญลักษณ์ ที่ช่วยจัดรูปเล่ม คุณฉันทนาคำนาค ผู้ออกแบบปกมา ณ ที่นี้
โสภนา ศรีจำปา
พฤษภาคม 2553
| น้ำหนัก | 0.294 กก. |
|---|---|
| ขนาด | 21 × 14.5 เซนติเมตร |
| ผู้เขียน | |
| ปีที่พิมพ์ | 2553 |
| สำนักพิมพ์ | หจก.สามลดา |
| จำนวนหน้า | 226 หน้า |




