โมเสคชีวิต พิศดูภารตะ

฿240.00

มีสินค้าอยู่ 185

“อินเดีย” หรือ “ภารตะ” เป็นดินแดนที่ไม่น่าเชื่อสำหรับการเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ที่มีความเรียบง่าย มีความเชื่อศรัทธาในศาสนา หรือลัทธิต่างๆ มากมายอย่างไร้ขีดจำกัดในการแสดงออก มีความกลมกลืนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้อย่างไม่แปลกแยก มีความลุ่มลึกทางความคิดและการแสดงออกทางด้านปรัชญา ศาสนาที่สามารถผสมผสานให้เข้ากับวิถีชีวิตของสังคมในโลกยุคไร้พรมแดน ในความเก่าและเก๋าของอดีตที่สืบสานและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาสู่ยุคปัจจุบันที่ยังสามารถคงอัตลักษณ์ความเป็น “อินเดีย” หรือ “ภารตะ” ไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ยกย่อง ซึ่งหาดูได้ไม่ง่ายนักในโลกยุคไซเบอร์ที่สังคมเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ในขณะเดียวกัน อินเดียผงาดเป็นผู้นำทางด้านไอ ที และ Outsourcing ได้อย่างภาคภูมิ อินเดียเป็นประเทศที่เน้นการพัฒนาด้วยการพึ่งพาตนเองเป็นหลักสอดคล้องกับแนวคิดของ มหาตมา คานธีที่ส่งเสริมให้ชาวอินเดียต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมอังกฤษด้วยการพึ่งพาตนเอง ยกเลิกการใช้สินค้าที่นำเข้าจากอังกฤษ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ อินเดียยังคงยึดถือปฏิบัติตามแนวทางนี้เป็นหลัก สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาในวิถีชีวิตและสังคม อินเดียที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ อินเดียจึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกมากนัก

หนังสือ “โมเสคชีวิต พิศดูภารตะ” เป็นผลงานหนึ่งของ “ศูนย์ภารตะศึกษา” สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เกิดจากการ รวบรวมบทความที่ผู้เขียนนำเสนอใน weblogs มาก่อน เป็นการเสนอเรื่องราวที่เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับอินเดียบ้าง เป็นมุมที่ไม่น่าจะมองข้ามที่ผู้เขียนพบเห็น สังเกต และเรียนรู้จากการเดินทางไปอินเดียและเห็นว่าน่าจะแบ่งปันให้กับผู้อ่านชาวไทยได้ทราบบ้าง อย่างน้อยแม้ไม่ได้สาระอะไรมาก แต่หากช่วยปรับทัศนคติในด้านลบที่คนไทยมีต่อคนอินเดียและประเทศอินเดีย ด้วยการปรับวิธีมองและคิดจากบางมุมให้เป็นบวกสักนิด เราจะได้เรียนรู้ และอาจเห็นคุณค่าของความไม่น่าเชื่อจากอินเดียได้มากมาย

อินเดียเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่าพันล้านซึ่งมีความแตกต่าง หลากหลายและซับซ้อนในสังคมแต่กลับไม่ ทำให้อินเดียต้องแตกแยกกันทางความคิดแต่อย่างใด อินเดียมีประท้วงบ่อยๆ ทั้งที่ประกาศล่วงหน้า และไม่ประกาศ แต่อินเดียไม่มีรัฐประหาร อินเดียให้บริการรถไฟ กับประชาชนเป็นจำนวนมากแต่ไม่ขาดทุน และรถไฟอยู่ในสภาพที่ดี บริการดี ชาวอินเดียยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา หรือความเชื่อต่างๆ ของตน อย่างเคร่งครัดในวิถีชีวิต เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้หากผู้อ่านชาวไทยเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่น่าเรียนรู้ แล้วสะท้อนดูสังคมชาวพุทธของไทย เราอาจจะเปลี่ยนวิธีคิดของเราที่มีต่อคนไทยด้วยกัน และต่อมิตประเทศ เช่นอินเดียด้วยก็ได้ ผู้เขียนคิดว่าก็สมประโยชน์ของหนังสือเล่มนี้แล้ว

ประเทศไทยตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เพราะอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย แต่เมื่อเทียบทั้งขนาดของพื้นที่และจำนวนประชากรแล้ว เรามีขนาดน้อยนิดมาก ดังนั้น เราน่าจะใช้สายสัมพันธ์ทางด้านศาสนา และวัฒนธรรมที่เป็นพื้นฐานมาจากอินเดียที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และทำความเข้าใจประเทศอินเดียเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับ ประชาชนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจกันมากขึ้น อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอื่นๆ ต่อไป เพราะประเทศไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมต่างๆ ในสังคมโลกได้ ทำอย่างไรคนไทยจึงจะพร้อมที่จะลุยไปร่วมมือกับเพื่อนๆ ในภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับอย่างเท่าเทียมให้มากขึ้นต่อไป

ท้ายสุดนี้ ขอขอบคุณ Dr. Amarjiva Lochan ที่ให้ความรู้ ความคิด บางประการ ขอขอบคุณศูนย์ภารตะศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย คุณนิภาวรรณ เจริญลักษณ์ ที่กรุณาช่วยจัดรูปเล่ม และคุณฉันทนา คำนาค ที่ช่วยกรุณาออกแบบปก

 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอน้อมรับคำแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้เนื้อหาดีขึ้น สมบูรณ์มากขึ้น

น้ำหนัก 0.200 กก.
ขนาด 21 × 14.5 เซนติเมตร
ผู้เขียน

ปีที่พิมพ์

2553

สำนักพิมพ์

หจก.สามลดา

จำนวนหน้า

171 หน้า

0
    ตะกร้าสินค้าของคุณ
    ไม่มีสินค้าในตะกร้าReturn to Shop