<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุภาษิตและนิทานพื้นบ้าน &#8211; RILCA Connect</title>
	<atom:link href="https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product-category/book/folktales/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Feb 2026 06:24:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Logo-MU-512-80x80.png</url>
	<title>สุภาษิตและนิทานพื้นบ้าน &#8211; RILCA Connect</title>
	<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นิทานเวียดนาม</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/trinh-dieu-thin-truyen-co-tich-viet-nam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1809</guid>

					<description><![CDATA[หนังสือนิทานเวียดนามเล่มนี้ ประกอบขึ้นด้วยนิทานที่เป็นท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">หนังสือนิทานเวียดนามเล่มนี้ ประกอบขึ้นด้วยนิทานที่เป็นที่รู้จักกันดีของชนชาวกิญ (เวียด) และชนเผ่าอื่นๆ ในประเทศเวียดนามจำนวน 11 เรื่อง นำมาแปลเป็นภาษาไทยโดย Mrs Trịnh Diệu Thìn ด้วยการสนับสนุนจากโครงการอินโดจีนศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล การจัดเรียงเนื้อหาเริ่มจากตัวนิทานเป็นภาษาไทย ตามมาด้วยตัวนิทานเป็นภาษาเวียตนาม พร้อมกับรายการคำศัพท์ที่น่าสนใจในแต่ละเรื่อง นิทานชุดนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจศึกษานิทานพื้นบ้านและผู้ที่สนใจศึกษาภาษาเวียดนาม</p>
<p style="text-align: justify;">บรรณาธิการ<br />
มิถุนายน 2541</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานคุณยาย</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/mayuree-tha-grandma-folktales/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1810</guid>

					<description><![CDATA[สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบทมหาวิทยาลัยมหิด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบทมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินงานด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมโดยเน้นสาขาวิชาการเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมเป็นหลักในการดำเนินงาน การรวบรวมจัดพิมพ์นิทานพื้นบ้านไทยเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานทั้งสี่ด้าน ซึ่งมีสาระเนื้อหาครอบคลุมทั้งภาษาและวัฒนธรรม แสดงภูมิปัญญาของชาติด้านการใช้ภาษา กลวิธี การเล่า กลวิธีการสร้างตัวละคร ฉาก และส่วนประกอบต่างๆ อัน สะท้อนวัฒนธรรมประจำถิ่น วิถีชีวิตผู้คนในสังคม ภูมิประเทศ สภาพเศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ และความรู้อื่นๆ อีกมากมายหลายประการ</p>
<p style="text-align: justify;">“นิทานคุณยาย” ที่สถาบันฯ ได้รวบรวมจัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งนี้เป็นนิทานพื้นบ้านไทยแถบภาคกลางของประเทศไทย คุณยายคนธรส เฉยฉิน ผู้เล่าเป็นคนภาคกลาง เกิดที่จังหวัดนครปฐมและได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จวบจนปัจจุบัน คุณยายคนธรสมีอาชีพเป็นครูจนเกษียณ เป็นแม่-บ้าน เป็นแม่ของลูก เป็นย่า-ยาย และทวด ในครอบครัวแบบไทยแท้ ดำรงชีวิตอย่างผาสุกเป็นเวลากว่า ๔๓ ปีแล้ว คุณยายเป็นนัก เล่านิทานให้ลูก หลาน เหลน เด็กนักเรียนในโรงเรียน และเด็กๆ ใน ละแวกบ้าน จนเป็นที่รู้จักกันดีว่า นิทานของคุณยายคนธรสสนุก สนาน ตื่นเต้น มีรสชาติ และแฝงด้วยคติธรรมสอนใจทุกเรื่อง</p>
<p style="text-align: justify;">คุณยายคนธรสได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลหลายครั้ง ทั้งกิจกรรม “วันแม่-มหิดล” ด้วยการเข้าประกวดขับร้องเพลงกล่อมลูกจนชนะเลิศ และทั้งกิจกรรมประกวดการเล่านิทานพื้นบ้านไทยจนชนะเลิศเช่นกัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗-๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้จัดงานอบรมและสัมมนาเรื่อง “การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์นิทานพื้นบ้านเพื่อจัดทำดัชนีเนื้อเรื่อง (Motif Index)” คุณยายคนธรส เฉยฉิน เป็นผู้หนึ่งที่สาธิตการเล่านิทานเรื่อง “ก้อนขี้รบยักษ์” ในการอบรมและสัมมนาครั้งนี้ คุณยายมีลีลาการเล่าอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด จึงทำให้ประทับใจผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: justify;">ด้วยความประทับใจดังกล่าว สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท ตระหนักเห็นคุณค่าและภูมิปัญญา ของ คุณยายคนธรส เฉยฉิน ผู้ทรงไว้ซึ่งความรู้ความสามารถในเรื่องวัฒนธรรมพื้นบ้าน สถาบันฯ จึงอนุญาตให้อาจารย์และนักวิจัยผู้สนใจไปศึกษารวบรวมนิทานพื้นบ้านของคุณยายคนธรส เฉยฉิน ณ บ้านพักของคุณยายที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ นำมาเผยแพร่เพื่อการศึกษาของอนุชนรุ่นหลังๆ ต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ วรรณดี และคุณมยุรี ถาวรพัฒน์ นักวิจัย เป็นผู้สนใจหลักรับผิดชอบไปเก็บรวบรวมข้อมูล นิทานครั้งนี้ โดยมีอาจารย์และนักวิจัยผู้สนใจอื่นๆ อีก ๒-๓ ท่าน ร่วมไปสังเกตการณ์ด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">การศึกษารวบรวมนิทานคุณยายคนธรส เฉยฉิน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ครั้งนั้นคุณยายได้เล่านิทานพื้นบ้านทั้งหมดเท่าที่คุณยายจำได้ เป็นจำนวน ๑๖ เรื่อง มอบแก่คณะผู้ศึกษาด้วยวิธีเล่าให้หลานๆ ในบ้านคุณยายฟัง การเล่านิทานครั้งนี้จึงเป็นธรรมชาติในบรรยากาศของครอบครัวไทยๆ ผู้ศึกษาได้บันทึกภาพและเสียงด้วยกล้องถ่ายภาพ เครื่องวีดิทัศน์ และเครื่องบันทึกเสียง ต่อมาคุณมยุรี ถาวรพัฒน์ เป็นผู้เรียบเรียงตามแถบบันทึกภาพและแถบบันทึกเสียงด้วยถ้อยคำสำนวนของคุณยายแบบคำต่อคำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ วรรณดี เป็นผู้อ่านตรวจทานและแก้ไขให้ราบรื่นเหมาะสม คงความเป็นเอกลักษณ์ของนิทานพื้นบ้านไว้ให้มากที่สุด นิทานทั้ง ๑๖ เรื่องนี้ จึงยังคงรักษาชนิดของคำนาม คำสรรพนาม คำอุทาน และสร้อยคำต่างๆ ไว้ตามเจตนาของผู้เล่านิทานพื้นบ้านแบบไทยๆ ถ้อยคำบางคำอาจไม่สุภาพในสังคม ปัจจุบัน ผู้อ่านและผู้ฟังจึงควรเข้าใจการใช้ภาษาในนิทานตามบริบททางสังคมพื้นบ้านไทยด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">คุณค่าด้านต่างๆ ในนิทานคุณยายทั้ง ๑๖ เรื่อง มีมากมายหลายประการสุดจะคณานับได้ในขณะนี้ เนื่องจากเป็นเพียงการนำเสนอนิทานให้อ่านอย่างเพลิดเพลิน ได้รสชาติ และได้ความรู้ต่างๆ เท่านั้น ในโอกาสข้างหน้าคณะผู้ศึกษาคงจะได้ศึกษาวิเคราะห์นิทานคุณยายเพื่อนำเสนอเชิงวิชาการอันจัดเป็นการอนุรักษ์และส่ง เสริมนิทานพื้นบ้านไทยในรูปแบบของการบริการทางวิชาการแก่ สังคมต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;">สถาบันฯ ขอขอบพระคุณ คุณยายคนธรส เฉยฉิน ผู้ยินดีเล่านิทานพื้นบ้านไทยแก่สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังยินดีมอบลิขสิทธิ์การเผยแพร่และจำหน่ายนิทานพื้นบ้านทั้ง ๑๖ เรื่องนี้แก่สถาบันฯ สืบไปด้วย และขอขอบคุณผู้ศึกษารวบรวมทั้ง สองท่านคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ วรรณดี และคุณมยุรี ถาวรพัฒน์ รวมทั้งคณะทำงานทุกท่านที่ได้ร่วมกันช่วยเหลือดำเนินงานจน “นิทานคุณยาย” สำเร็จเรียบร้อยเป็นรูปเล่ม ได้เผยแพร่แก่ สังคมสืบไป</p>
<p style="text-align: justify;">ศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุริยา รัตนกุล<br />
ผู้อำนวยการสถาบันฯ<br />
๓๐ เมษายน ๒๕๔๒</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานลัวะ</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/suriya-rat-lua-folktales/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1811</guid>

					<description><![CDATA[นิทานลัวะเล่มนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งเกี่ยวกับภาษาแล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">นิทานลัวะเล่มนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมชาวลัวะ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล และรองศาสตราจารย์ ดร. สุจริตลักษณ์ ดีผดุง ได้เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยเน้นการศึกษาทางด้านภาษา โดยเฉพาะทางด้านระบบเสียงและระบบโครงสร้าง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงได้ขยาย ขอบเขตการศึกษาให้กว้างขวางขึ้น และมีอาจารย์ ดร. ภัททิยา ยิมเรวัต เข้าร่วมในการศึกษาวิจัยด้วย โดยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัย ได้กำหนดที่จะศึกษาเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรม ที่ดอยสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน</p>
<p style="text-align: justify;">หลังจากการเก็บข้อมูลภาคสนามในปี พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๓๘ คณะผู้วิจัยได้จัดพิมพ์ผลงานวิจัยเผยแพร่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เรื่อง ภาษาและวัฒนธรรมลัวะ ศึกษาจากบทสนทนา ๓๐ บทและในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้จัดพิมพ์ สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ ซึ่งเป็นหนังสือชุด สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ส่วนนิทานลัวะ เล่มนี้ เป็นผลงานอีกเล่มหนึ่งของโครงการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ โดยผู้วิจัยได้เรียบเรียงขึ้นเป็นภาษาไทยจากเรื่อง เล่าภาษาลัวะของ ลุงปั่น รกไพร (อายุ ๖๒ ปี) และลุงเฉลิม รกไพร (อายุ ๔๕ ปี) ชาวลัวะบ้านสกาดกลาง ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ลุงปั่นเล่าว่า เมื่อสมัยที่ลุงยังเป็นเด็กน้อยอยู่นั้น เด็กๆ จะมารวมกันตอนเย็นๆ ที่บนเรือนของลุงและคุณตาของลุง จะเป็นผู้เล่านิทานให้ฟัง นิทานที่ลุงเล่าก็จำมาจากนิทานของคุณตานั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;">โดยทั่วไป นิทานของชาวลัวะมักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว วิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้าน หรือเรื่องราวของสัตว์ชนิดต่างๆที่เด็กๆอาจจะเคยเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น หมา แมว หมู ไก่ หรือเด็กๆ อาจจะไม่เคยเห็นแต่ได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง ก็อาจจะจินตนาการขึ้นเองได้ นิทานชาวลัวะที่นำเสนอในหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้ เป็นนิทานเกี่ยวกับสัตว์ ประเภทต่างๆ ที่ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล เป็นผู้เก็บรวบรวมและบันทึกเสียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนั้น อาจารย์ ดร. ภัททิยา ยิมเรวัต และคุณสมใจ ดำรงสกุล นักวิจัย ประจำสถาบันฯ ได้เก็บเพิ่มเติม จริงๆ แล้วเนื้อหาของนิทานลัวะก็จะหลากหลายเช่นเดียวกับนิทานของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เพียงแต่ในการนำเสนอครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เลือกเฉพาะนิทาน เกี่ยวกับสัตว์จำนวน ๑๑ เรื่อง มีเรื่องที่ไม่มีสัตว์เป็นตัวละคร เอกเพียงเรื่องเดียวคือ “ทุกคนไม่ควรเลียนแบบกัน” ซึ่งเป็นนิทานคติสอนใจที่สนุกสนาน แฝงไว้ด้วยค่านิยมตามแนววิถีชีวิตชาวลัวะที่น่าสนใจ สำหรับนิทานที่มีสัตว์ประเภทต่างๆ เป็นตัวละครเอกนั้น มักจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ของสัตว์ชนิดต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลายๆเรื่องจะเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของสัตว์ปรพเต่างๆ ดังนั้นอาจจะพอสรุปได้ว่า ในวิถีชีวิตของผู้คนชาวลัวะนั้น พวกเขาจะต้องรู้จักและมีความสัมพันธ์กับสัตว์บางชนิดในป่าเขารอบๆ หมู่บ้านของพวกเขาอย่างแน่นอน นอกจากนี้แล้ว ฉากต่างๆ ของนิทาน รวมกับพฤติกรรมของตัวละครสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะเปรียบเสมือนภาพจำลองสังคมที่หลากหลายของมนุษย์ ซึ่งต่างก็มีความสัมพันธ์ต่อกันทั้งสิ้น</p>
<p style="text-align: justify;">นอกเหนือจากนิทานสิบสองเรื่องของชาวลัวะแล้ว ผู้วิจัยได้ นำเสนอเรื่องราวความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนิทานไว้สั้นๆ รวมทั้งรายชื่อหนังสือบรรณานุกรมบางเล่มไว้ในบทความเรื่อง &#8220;เล่านิทาน” ในตอนต้นของหนังสือด้วย ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นิทานลัวะเล่มนี้คงจะให้ความสนุกสนานและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างตามสมควร ในการจัดพิมพ์หนังสือนี้ ผู้วิจัยขอขอบคุณ คุณสุรางคนา จินดาวัฒน์ ที่วาดภาพน่ารักๆประกอบนิทานแต่ละเรื่องให้ และคุณจุฑารัตน์ สภานุชาต คุณสิริกาญจน์ รัตนเกตุ ที่ช่วยพิมพ์และจัดทำต้นฉบับให้อย่างเรียบร้อยสวยงาม</p>
<p style="text-align: justify;">คุณหญิงสุริยา รัตนกุล<br />
ภัททิยา ยิมเรวัต</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: นิทานไทยโซ่ง</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/renu-mue-thai-song-folktales/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1812</guid>

					<description><![CDATA[สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยงานที่ศึกษาวิจัยด้านภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 นับจากเวลานั้นมาถึงเวลานี้ สถาบันฯ ได้ผลิตผลงานทางด้านนี้ออกมาไม่น้อย</p>
<p style="text-align: justify;">หนังสือ โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย : นิทานไทยโซ่ง ที่อยู่ในมือของท่านขณะนี้เป็นผลงานของอาจารย์เรณู เหมือนจันทร์เชย อาจารย์ประจำ สถาบันฯ ผู้ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับไทยโซ่งมาเป็นเวลาพอสมควร โดยผู้วิจัยได้เขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษาอิทธิพลของความเชื่อ ประเพณีและพิธีกรรมของชาวไทยโซ่งที่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต : กรณีศึกษาหมู่บ้านแหลม กะเจา 2 ตำบลลำลูกบัว อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2541 และ โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย : ความเชื่อเรื่องผีของไทยโซ่ง ในปี พ.ศ. 2542</p>
<p style="text-align: justify;">สถาบันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมไทยโซ่ง โดยเฉพาะโลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธ์นี้ ซึ่งผู้วิจัยได้มองผ่าน นิทาน ที่เล่าสืบต่อกันมาจากปากต่อปาก ทำให้เรามองเห็นวิถีชีวิตและวิธีคิดของ กลุ่มชนนี้ได้มากพอควร</p>
<p style="text-align: justify;">สำนักงานวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุภาษิตเวียดนาม เล่ม 2</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/sophana-sri-vietnamese-proverbs-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1814</guid>

					<description><![CDATA[สุภาษิต คือถ้อยคำที่ดี คำสอน คำเตือนสติ สุภาษิตเป็นมรดก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">สุภาษิต คือถ้อยคำที่ดี คำสอน คำเตือนสติ สุภาษิตเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมาจาก บรรพบุรุษซึ่งมีกุศโลบายอันแยบยลที่คิดสรรถ้อยคำเพื่อใช้สั่งสอน อบรมลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า สุภาษิตได้ถูกสอดแทรกไว้ทั้งในการพูด การเขียน ภาษาที่ใช้ในสุภาษิตสั้นกระทัดรัด ได้ใจความ เข้าใจและจดจำได้ง่าย</p>
<p style="text-align: justify;">เนื้อหาของสุภาษิตจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด วิถีชีวิต ค่านิยมพื้นฐานของคนในสังคมนั้นๆ ได้เพราะผู้คิดสุภาษิตหาใช่นักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่อย่างใดไม่ หากแต่เกิดจากสามัญชนคนธรรมดาที่เกิดแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัว เช่น ครอบครัว ความรัก สังคม เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ อวัยวะของร่างกาย อารมณ์เป็นต้น แม้ว่าสังคมในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก สุภาษิตบางอย่างไม่อาจเข้ากับสภาพที่แท้จริงของสังคมได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราทราบว่าในอดีตบรรพบุรุษของชาวเวียดนามมีแนวคิด คติที่ดีงามต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร อดีตหรือประวัติศาสตร์เป็นพื้นฐานที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน คนรุ่นปัจจุบันสามารถนำมาพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ ชาวเวียดนามยังศึกษาสุภาษิตกันในโรงเรียนมีการยกสุภาษิตประกอบการพูดได้อย่างเหมาะสมและทำให้ได้อรรถรสสุภาษิตยังเป็นสิ่งที่ไม่ล้าสมัยในสังคมเวียดนามปัจจุบัน เมื่อท่านศึกษาสุภาษิตเวียดนามจะพบว่าแนวคิดบางอย่างมีลักษณะร่วมที่เป็นสากลเช่นเดียวกับสุภาษิตของชาติอื่นๆ</p>
<p style="text-align: justify;">สุภาษิตเวียดนามมีตั้งแต่สี่คำขึ้นไปจนถึงสิบคำหรือมากกว่า (แต่พบไม่มากเพราะถ้ายาวมากจะทำให้จำยาก) ส่วนใหญ่สุภาษิตจะแบ่งเป็นสองวรรคและมีสัมผัสใน สุภาษิตเล่มที่สองนี้มิได้จัดเรียงลำดับตามอักษร เหมือนดังเล่มแรก หากแต่แบ่งเนื้อหาตามความหมายออกเป็น 10 ตอน ดังนี้<br />
1. ทัศนคติต่อตนเอง<br />
2. ความรักและครอบครัว<br />
3. ความสัมพันธ์ทางสังคม<br />
4. ความยุติธรรมในสังคมและ ระบบกฎหมาย<br />
5. ด้านเศรษฐกิจ<br />
6. ประเทศชาติและชนบท<br />
7. ธรรมชาติ<br />
8. โชคชะตาและความเชื่อของคน<br />
9. แรงงาน การผลิต และ<br />
10. คน ชีวิต วัตถุ อาชีพต่างๆ</p>
<p style="text-align: justify;">ในสุภาษิตแต่ละบทจะมีคำอ่านภาษาเวียดนามที่ถ่ายเสียงด้วย ภาษาไทยกำกับไว้ใต้ภาษาเวียดนามคำต่อคำ พร้อมทั้งคำแปลสุภาษิตแต่ละบท นอกจากนี้ยังได้อธิบายความหมายของสุภาษิตที่เข้าใจยากไว้อย่างละเอียดด้วย สุภาษิตเล่มหนึ่งนี้มีประมาณ 400 ข้อ</p>
<p style="text-align: justify;">ผู้เขียนได้วิเคราะห์เรื่องภาพสะท้อนทางสังคมจากสุภาษิต เวียดนามไว้ต่างหาก ท่านผู้อ่านที่สนใจกรุณาติดตามอ่านได้</p>
<p style="text-align: justify;">ผู้เขียนขอขอบพระคุณผู้มีรายนามต่อไปนี้เป็นอย่างสูง: อาจารย์เอิน ลา กวาง อาจารย์ผู้ให้ความรู้ คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรื่องความหมายของสุภาษิตในเล่มนี้ พระสุพโล เทียน หยุง ผู้ที่สนับสนุนให้ข้อมูลที่น่าสนใจบางประการ อาจารย์ทวี สว่างปัญญางกูรและอาจารย์ ธง เหวี่ยน กรุณาช่วยอ่านต้นฉบับด้วยความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง คุณประภาศรี ดำสอาดที่ช่วยแก้ไขตัวพิมพ์ภาษาเวียดนาม คณะกรรมการอินโดจีนศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผู้เขียนได้จัดทำสุภาษิตเล่มนี้ออกเผยแพร่อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: justify;">หากมีข้อบกพร่องประการใด ผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียวและขอน้อมรับคำแนะนำไว้เพื่อการปรับปรุงงานด้านคติชนวิทยาเวียดนามเพื่อการจัดทำครั้งต่อๆ ไปไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง</p>
<p style="text-align: justify;">โสภนา ศรีจำปา<br />
กุมภาพันธ์ 2542</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุภาษิตานุกรมเวียดนาม เล่ม 1</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/sophana-sri-vietnamese-proverbs-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1815</guid>

					<description><![CDATA[สุภาษิตานุกรมเวียดนามนี้เป็นงานที่ค้นคว้าขึ้นเพื่อต้องก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">สุภาษิตานุกรมเวียดนามนี้เป็นงานที่ค้นคว้าขึ้นเพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นวิถีชีวิต แนวคิดแบบเวียดนามจริงๆ เพราะสุภาษิตเป็นคำสั่งสอนที่ดีงามและเป็นความจริง ดังนั้น การจะเรียนรู้เพื่อให้รู้จักและเข้าใจชนชาติไดก็ตาม หากไม่ศึกษาสุภาษิตของชาตินั้นไว้บ้างจะทำให้ผู้ศึกษาขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับชนกลุ่มนั้นๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ผู้เขียนเรียงลำดับสุภาษิตตามตัวอักษรภาษาเวียดนามเป็นหลัก จึงให้ชื่อว่า “สุภาษิตานุกรม” มีการถ่ายทอดเสียงภาษาเวียดนามด้วยอักษรไทยกำกับไว้ด้วยและแปลความหมายแบบตรงตัวเพื่อแสดงให้เห็นลักษณะการใช้คำและความหมายของสุภาษิตเวียดนามตามที่เป็นจริงเนื่องด้วยความจำกัดของเวลาในการทำงานเรื่องนี้ ผู้เขียนไม่สามารถจัดทำเนื้อหาที่มีอยู่ทั้งหมดไว้ในเล่มเดียวกันได้ จึงเริ่มนำเสนอด้วยผลงานเล่มที่ 1 ก่อนและจะนำเสนอเล่มต่อไปในโอกาสหน้า</p>
<p style="text-align: justify;">ผลงานนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะกรรมการอินโดจีนศึกษาของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เขียนขอขอบพระคุณอาจารย์เอิน ลา กวาง อาจารย์ทวี สว่างปัญญางกูร เป็นอย่างสูงที่ให้ความกรุณาในเรื่องของข้อมูล ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่การเงินของสถาบันฯ ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้อำนวยความสะดวกต่างๆ จนงานชิ้นนี้สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี ท้ายสุดหากมีข้อบกพร่องประการใดในงานนี้ ผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว</p>
<p style="text-align: justify;">โสภนา ศรีจำปา<br />
ธันวาคม 2540</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกทัศน์ของชาวเวียดนามจากสุภาษิต</title>
		<link>https://rilcaconnect.mahidol.ac.th/product/sophana-sri-vietnamese-worldviews/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[rilcaconnect]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 09:37:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://rilcastore.mahidol.ac.th/?post_type=product&#038;p=1816</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;โลกทัศน์ของชาวเวียดนามจากสุภาษิต&#8221; เป็นหนัง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&#8220;โลกทัศน์ของชาวเวียดนามจากสุภาษิต&#8221; เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อใช้สอนนักศึกษาปริญญาโทสาขา ภาษาศาสตร์ที่เรียนวิชาการอ่านภาษาเวียดนามซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่กำหนดให้นักศึกษาที่เลือกเรียนภาษาเวียดนามเป็นวิชาโทและ/หรือวิชาเอกต้องเรียน จากการวิเคราะห์สุภาษิตเวียดนามจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งพันข้อ ทำให้เห็น โลกทัศน์ของชาวเวียดนามในมุมมองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีการดำเนินชีวิตของชาว เวียดนามได้ชัดขึ้นซึ่งยังคงมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาในหลายๆ หมู่บ้าน แต่บางแห่งก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของการพัฒนาและความเจริญที่กำลังแทรกเข้าไปในทุกหนทุกแห่ง หรือในทางกลับกันหมู่บ้านหลายแห่งพิจารณาเห็นว่าสิ่งดีๆ ที่เคยปฏิบัติกันมาในอดีตได้หายไปแล้ว ในขณะนี้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นก็ช่วยกันฟื้นฟูสิ่งที่ดีๆ ที่หายไปให้กลับฟื้นคืนมาใหม่ก็มี</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งที่ท่านผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือความรู้ทางด้าน คติชนวิทยา มนุษยวิทยาภาษาศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรมเวียดนาม เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 11 บทดังนี้<br />
บทที่ 1 บทนำ<br />
บทที่ 2 สังคม<br />
บทที่ 3 การดำรงชีวิต ความเป็นอยู่<br />
บทที่ 4 ความรู้สึก จิตใจ<br />
บทที่ 5 มนุษย์<br />
บทที่ 6 ร่างกาย หน้าที่ของอวัยวะ<br />
บทที่ 7 เครื่องใช้ สิ่งของ<br />
บทที่ 8 ทั่วไป<br />
บทที่ 9 ฉันทลักษณ์ของสุภาษิต<br />
บทที่ 10 โครงสร้างทางไวยากรณ์ของสุภาษิต<br />
บทที่ 11 สรุป</p>
<p style="text-align: justify;">ผู้เขียนเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยความรู้สึกสนุกและได้ประโยชน์มากเพราะในระหว่างที่วิเคราะห์สาระของสุภาษิตเพื่อดูโลกทัศน์นั้น ผู้เขียนได้เห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ในชนบทเวียดนามที่เรียบง่าย แต่มีระเบียบ ได้เห็นวิธีสอนวิธีคิดของบรรพบุรุษชาวเวียดนามที่มีความละเอียดอ่อนมาก อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของคนรุ่นหลังต่อๆ มา ซึ่งหวังว่าเมื่อท่านอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะเกิดความรู้สึกเช่น เดียวกับผู้เขียนเช่นกัน นอกจากนี้ยังจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเปรียบเทียบกับสุภาษิตไทยอีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">หนังสือเล่มนี้ไม่อาจปรากฏสู่สายตาท่านได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านการพิมพ์และความช่วยเหลือทาง วิชาการจากบุคคลต่างๆ ดังนี้<br />
คณะกรรมการโครงการอินโดจีนศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาชนบท<br />
อาจารย์ทวี สว่างปัญญางกูร ที่กรุณาอ่านฉบับร่างทั้งหมดและแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสม<br />
ดร. ลักขณา ดาวรัตนหงษ์ ที่ช่วยกรุณาอ่านฉบับร่างบางส่วนเพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดลำดับความคิดและการนำเสนอเนื้อหา<br />
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ วรรณดี คุณอำไพ หนูเล็กและคุณรัตนา ตาปนานนท์ที่ช่วยออกแบบปกและติดต่อโรงพิมพ์จนพิมพ์สำเร็จเป็นรูปเล่ม</p>
<p style="text-align: justify;">ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะได้รับสาระประโยชน์ทางด้านโลกทัศน์ ของชาวเวียดนามจากสุภาษิตเล่มนี้ตามสมควร หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขอน้อมรับข้อเสนอแนะนั้นไว้เพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไปด้วยความขอบพระคุณยิ่ง</p>
<p style="text-align: justify;">โสภนา ศรีจำปา<br />
ธันวาคม 2543</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
