

50 ปี ภาษาและวัฒนธรรม ปัญญาของแผ่นดิน
฿650.00
มีสินค้าอยู่ 189
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า 50 ปี “ภาษาและวัฒนธรรม” 50 ปี “ปัญญาของแผ่นดิน” ตั้งชื่อดังกล่าวก็เพื่อให้เป็นอัตลักษณ์ ที่ไม่ซ้ำใคร และเป็นเสมือนงานวิจัยภายในสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ที่ไม่ใช่รายงาน เป็นผลสืบเนื่องจากการค้นคว้าทางเอกสาร กว่า 500 รายการ ดำเนินงานในช่วงละยะเวลาอันสั้น จนก่อเกิด 50 เรื่อง ใน 50 ปี เพื่อชวนให้ย้อนกลับไปในอดีต แล้วค่อย ๆ กระชับเวลาและเรื่องเข้ามาถึงปัจจุบัน (พ.ศ.ศ.67) ข้อมูลอันดกอุดมผสมกลมกลืนหลากมิติ จะชวนกันให้เพ่งพินิจ อย่างไรก็ดี เนื้อหาพยายามจะครอบคลุมความเป็นส่วนใหญ่ เชื่อมเรื่องราวให้โยงใยกัน แม้นว่าจะมีบริบทที่ตางไปบ้าง แต่ก็ก่อให้เกิดความครบครัน มีอรรถรส แสดงถึงอัตลักษณ์และความเป็นสถาบันฯ (RILCA) รวมถึงแสดงความเป็นประชาคมมหิดล
จากคำสำคัญที่ว่า “ภาษาและวัฒนธธรรม” ในชื่อของสถาบันฯเมื่อนำมาผูกสัมพันธ์กับปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ว่า “ปัญญาของแผ่นดิน” (Wisdom of the Land) ดังนั้นแล้วถ้อยคำเหล่านี้คืออะไรกันทั้ง “มหิดล” “ปัญญา” “ภาษา” และ “วัฒนธรรม”
เมื่อสืบค้นทางภาษาแล้ว กล่าวคือ คำว่า “มหิดล”” แปลว่า พื้นดินดินดินพื้นโลก มีมูลภาษามาจากภาษาสันสกฤต อินเดียโบราณว่า “มหิตล” โดย”มหิ” ของภาษาไทยแปลว่า แผ่นดิน แต่มีมูลทางภาษาษาว่า “มฮี” (สสิ) แปลว่า โลก ฯลฯ ส่วนคำว่า “ดล” มาจาก “ตล” “ตัล” (สส) แปลว่า ผิวดินก้นแม่น้ำ อินเดียใช้นัยว่า พื้น ชั้น ล่าง เช่น “ตัล เรขา” แปลว่า เส้นภาษาไทยก็มี “ดลภาค” แปลว่า ภาคพื้น พื้นราบ ดังนั้น หากจะตีความว่า”มหิดล” กับ “ของแผ่นดิน” จึงมีนัยเดียวกัน
ส่วนคำว่า “ปัญญา”(wisdom) ภาษาษาไทยแปลว่า ความรอบรู้ ความรู้ทั่ว คำนี้อินเดียใช้บริบทต่างกัน อันได้แก่ ก) “ญาณ” (ฮิIF) ปัญญาหยั่งรู้ข) “วิทยา” (โจิส) ความรู้ ปัญญา ซึ่งภาษาบาลีใช้คำว่า “วิชชา” และภาษาสันสกฤตใช้คำว่า “วิทยา” ค) “พุทธิ” (๔๕) ก็คือพุทธิปัญญา และง) “ปรชญา” (HAI) มีนัยว่าความเข้าใจ มีเหตุมีผล อาจจะพิจารณาตามศาสนาพุทธ ได้จากเรื่องปัญญา 3 เช่นเดียวกันคำว่า “ภาษา” (เลกจุนลge) เป็นภาษาสันสกฤต ซึ่ง”มา!” ออกเสียง “พ่าซ่า” ส่วนคำว่า “วัฒนธรรม”ได้รวมสองคำไว้ “วัฒนะ”(วัฒนา) แปลว่า ความเจริญ งอกงาม กับคำว่า “ธรรม” (ธรรมะ) แปลให้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “culture” เมื่อภาษาไทยนำมาประกอบเป็นคำใหม่แล้วจะย้อนคำไปทางอินเดียก็จะไม่เข้าใจ (เพราะใช้คำว่า “สันสกฤติ” (ส่งสุด)แปลว่า อารยุธรรม (civilization) วัฒนธรรม) ทั้งนี้ วัฒนธรรมจะมีความหมายว่าอย่างไร ก็มีผู้รู้อธิบายไว้อย่างมากมาย และในเล่มนี้ก็อธิบายไว้ด้วยเช่นกัน
ทั้งสี่คำสำคัญ หากนำมาอธิบายไหมไหมให้สัมธ์กัน ก็จะได้ว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล” เป็นสำนักทางวิชาการชั้นสูง เป็นแหล่งบ่มเพาะทางปัญญาที่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียนอย่างรูปแบบปัจจุบัน ซึ่งเจริญไปตามปณิธาน “ปัญญาของแผ่นดิน” โดยที่ “ภาษาและวัฒนธรรมเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน” ปรัชญาของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย และเป็นส่วนสำคัญเพื่อ “ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์” ตามถ้อยคำที่ปรากฎในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 (เริ่มต้นยุคมหาวิทยาลัยมหิดล จาก “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์”) ถ้อยคำใน พรบ. ดังกล่าวมีผลให้มหาวิทยาลัยฯ ขยายสาชาวิชาให้หลากหลายขึ้น เพิ่มมากขึ้น ให้สมบูษย์สมกับการได้รัพระราชทานนาม “มหิตล ” มาเป็นชื่องมหาวิทยาลัย ยังผลให้ขยายสาขาทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์โดยทันที ยังผลให้ก่อบทิษใครงการศูนย์ศึกษาวิจัยภาษาและวัฒนธรรมอาเซียอาคเนย์” พ.ศ.2517และการเปิดสอนสาขาวิชาภาษาศาสตร์ในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย พ.ศ. 2519 การเริ่มตันครั้นนั้นได้สืบมาจนถึงการครบ 50 ปี (พ.ศ. 2567) ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
ขณะเดียวกัน เป้าหมายของการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก (Word Class Universty) ที่มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งมั่นอยู่ในขณะนี้ ก็ยังผลให้สถาบัถาบันระดมสรรพกำลังสู่วิถีแห่งการสร้างสรรค์ คู่กับการปรับยุทธทธศาสตร์อย่าครอบคลุมทั้งงานวิจัย หลักสูตร งานบริการทางวิชาการ และศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการบริหารองค์กร เพื่อจะพัฒนาให้สอดรับกับยุคสมัย พร้อมกับการก้าวไปสู่ศตรรษที่ 21 ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ได้ทำให้เรื่องราวตลอดระยะเวลา 50 ปี ถูกประมวลควบแน่นอยู่ในเล่มนี้ ทว่า สีสันทางวิชาการที่ขาดเสียมิได้ ก็คือ ความกลมกลืนที่ได้มาจากการนำเรื่องราวเดิมให้กลับมามีชีวิชีวาอีกครั้งอย่างผสมผสานด้วยเรื่องราวใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ของ RILCA เพื่อจะสื่อให้เห็นว่า ภาษาและวัฒนธรรมของซุนชนขึ้นในถิ่นไทยเชื่อมโองกับโลกทั้งผองอย่างไร การพัฒนาทางเศรษฐกิจกระทบกับผู้คน ชนชุมและสังคมอย่างไร แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร ในเล่มนี้ได้เก็บหลากประเด็นจากหลายกิจกรรมที่แน่วแน่ทำ ที่มุ่งผลเพื่อผู้อื่นตลอดห้าสิบปีและตลอดอดไป
และ ณ โอกาสนี้ บรรณาธิการขอขอบพระคุณขาวสถาบันฯ (RILCA)ทุกท่านที่ร่วมกันปะติดปะต่อข้อมูล หลังไหลดุจดุจสาของสายธารแล้วมาบรรจบกัน ณ เล่มนี้ ท่ามกลางความว้าวุ่นทางข้อมูล ณ เบื้องหลัง แต่กระนั้นณ เบื้องหน้า ก็สามารถนำเสนอ 50 ปี “ภาษาและวัฒนธรรม” 50 ปี “ปัญญาของแผ่นดิน” ได้สำเร็จ
สำหรับย่อหน้าสุดท้าย ความผิดพลาดยังคงมีอิทธิพลต่อหนังสือเล่มนี้อยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะวิริยะให้ลดลงแล้วก็ตาม ด้วยเหตุแห่งข้อจำกัดที่มีพลังเหนือกว่า แต่กระนั้น การได้เริ่มต้นประมวลเรื่องทั้งห้าสิบถูกประเมินว่าสำคัญที่สุด เพื่อจะส่งมอบข้อมูลทั้งหมด ให้กับทศวรรรษหน้าและศตวรษที่ 21 ได้นำไปสานต่อ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผิดไปและความพลาด คือ บทเรียน ซึ่งบรรณาธิการขออภัยทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
อภิรัฐ คำวัง
บรรณาธิการ
อาคารภาษาและวัฒนธรรมสยามบรมราชกุมารี ชั้น 5
วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
| น้ำหนัก | 0.843 กก. |
|---|---|
| ขนาด | 22 × 15 เซนติเมตร |
| ผู้เขียน | |
| ปีที่พิมพ์ | 2567 |
| สำนักพิมพ์ | ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิติธรรมการพิมพ์ |
| จำนวนหน้า | 745 หน้า |







